วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
9 : ) ท่วงทำนองของวันนี้ เร่งรีบอย่างช้า ๆ
ทำไมเราถึงมีเรื่องที่อยากทำมากมายจังเลย
คนอื่นเป็นหรือเปล่าหนอ
ขอ list รายการที่เราอยากทำก่อน
1. อัพบล็อค มี facebook ของร้าน เตรียมรูปร้าน อัพโหลด
2. อัพบล็อค gummy เรื่องสัมภาษณ์
3. ตกแต่งบล็อคทั้งหลาย
4. ประชุมกันน้อง ๆ เรื่องการทำงาน
5. จัดบ้านเก่าให้เรียบร้อย
6. วาดรูป ถ่ายรูป
7. เตรียมภาพ ผลงานของตัวเอง อัพลงบล็อค
แต่ต้องไปหุงข้าวก่อน ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว
เป็นอย่างนี้ทุกที พอจะต้องลงมือทำอะไร ก็ถึงเวลา ลูทีนอีกแล้ว
แต่ก็สนุกดี ที่ยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ
ยังตายไม่ได้
วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
8 :) Pai is beautiful
วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
บันทึกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2553
อุณหภูมิตอนเช้าตื่นนอน 27 องศา
ตอนเที่ยง 31 องศา
ตอนบ่ายแก่ ๆ ก็ยังหยุดอยู่ที่ 31 องศา
ตอนเย็น ฟ้าครึ้ม และแล้วฝนก็ตกตอนที่ต้องไปอาราบิก
วันนี้ต้องงดซะแล้ว
ก็เลยอยู่ร้าน
ดูโอชิน
ดูทีไร น้ำตาซึม ทุกที
ตอนเด็ก ดู ก็นึกว่า ตัวเองเป็นโอชิน ตอนเด็ก ๆ ต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน อยู่เบตง หน้าหนาว หนาวมาก
มือ เท้าแตก เจ็บมาก แต่ก็ต้องซักผ้า ล้างจานเอง
ดูตอนที่อายุ 41 คิดว่าตัวเองเป็นแม่ อยากจะดูแลลูก ให้ดีที่สุด
ให้เขาได้เป็นตัวของเขาเอง เราจะเป็นคนส่งเสริมในสิ่งที่เขาชอบให้ดีที่สุด
จะเป็นทั้ง แม่ เพื่อน พี่ เป็น หมา แมว ให้ลูกเล่นก็ได้
แต่ที่แน่ ๆ ลูกเราจะต้องไม่สุขสบายตั้งแต่เด็ก แต่เขาได้ใช้แรง ใช้สมอง อดทน รู้จักความลำบาก
ความเจ็บ ความดี ความชั่ว ความรัก ความเกลียด จะสอนหมดเลย
ต้องอยู่กับปู่ ย่า ไม่ได้อยู่กับแม่ คิดถึงแม่ทุกคืนก่อนนอน
แม่เราจะรู้หรือเปล่าหนอ ว่าลูกคิดถึงแม่มาก
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553
7 :) ท่ามกลางการสนทนาในคืนหนึ่ง
นังถุงมันก็มานั่งข้าง ๆ นั่งฟังด้วย มือว่าง ๆ ก็วาดรูปมันเล่น ต่อด้วยรูปใครก็ไม่รู้ ดูแก๊แก่
ไม่น่าเติมเส้นตรงข้างแก้มเลย มันทำให้เป็นอย่างที่เห็น
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553
6 :) ศึกษาวิชาแมว


ท่านอาจารย์กะลังนอนตักเราอยู่ เขาคือ ชาลี

นี่คืออาจารย์ผ้าถุง
วันนี้เค้าพูดว่า อยากศึกษาวิชาแมว
ฉันรู้ว่าเค้าไม่ได้หมายถึง อยู่อย่างแมว กินหนู นอนกลางดิน แบบนั้น
แต่มันคือ แมวมันไม่ทุกข์ร้อน มันชิว มันไม่มีงานทำมากมาย
นอนก็ชิว นอนดูวิว ไม่ห่วงว่าจะมีกินไหม หิวก็ค่อยหา
อิ่มแล้วก็หาที่นอน เลือกที่มันเย็น ๆ สบาย ๆ ดูมันมีความสุขดีอ่ะ
ทำไมคนเราต้องทำงานมากมาย
ก็แค่กิน มีที่อยู่ ที่นอน กินข้าวจริง ๆ เอาให้อิ่มอร่อย ก็ไม่กี่ตังค์
ถ้าหาแค่นั้น แม่ก็หาว่าขี้เกียจอีกนั่นแหละ
ฉันคิดว่า เขาหมายถึง การทำงานที่ไม่มากเกินไป เหมือนที่เราเห็นคนทำงานเยอะ ๆ ขยัน งก ๆ เปิดร้านหลายสาขา ตรงไหนทำเลทองต้องซื้อที่เก็บไว้มากมาย แล้วก็บ่นว่า เครียด ไม่มีเวลา อยากไปเที่ยว พักผ่อน อยากอ่านหนังสือ อยากดูหนัง เมียก็มีกัน 3-4 คน วันนึงต้องกินข้าววันละ 6 มื้อ
อยากรู้ว่า คนที่มีธุรกิจหลายอย่าง แล้วยังมีรีสอร์ทหลายที่ หรือ มีเมีย มีผัวแล้ว แอบมีกิ๊ก พวกเขาเหล่านั้นมีความสุขมั๊ยน้า
แต่ชีวิตเราโอเคมากเลย
เราได้อยู่บ้าน ทำอาหารเช้า กินกาแฟ ยิ้มหวาน อ่านหนังสือ ดูซีรี่ส์ เหมือนชิวอยู่ในรีสอร์ท เหมือนเป็นคนรวยจริง ๆ เลย ตอนเย็นก็ออกไปเปิดร้าน ทำงานนิดหน่อย
เอามาซื้อข้าวสาร ไข่ น้ำมัน ผักสด แค่นี้เราก็ชิวแล้ว
ฉันชอบให้แมวนอนเล่นที่ตัก ดูหนัง เล่นคอม หรืออ่านหนังสือไปด้วย
อยากเรียนรู้จากมันเหมือนกัน
ไมมันไม่อยากอ่านหนังสือเลยวะ
หนังก็ไม่อยากดู
ดูมนุษย์สิ มันบ้า มีคนลงทุนเงินเป็นล้าน ทำหนัง มีคนอยากแสดง มีคนอยากทำฉาก ทำเพลง ตั้งหลายชีวิตทุ่มเท เพื่อเมืองคาน เพื่อตุ๊กตาทอง แล้วก็มีคนบ้า ติดตามดู ไปซื้อตั๋ว ไปกริ๊ดดารา แต่แมวไม่เคยมีวิชานี้เลย ไม่มีแมวผู้กำกับ แมวนางเอก
เรายังต้องเรียนกับชาลีอีกเยอะเลย เพราะเราก็ชอบดูหนัง ดูซีรี่ส์อยู่เลยอ่า
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553
5:) ท่วงทำนองของวันนี้
ล่อไปหลายกลมแล้ว ยังมาต่อกันที่ร้านอีเอก ซีบาร์อีกกลม กลับมาบ้าน เปิดทีวี เผอิญเจอซี่รี่ส์ที่ชอบโดยไม่ได้ตั้งใจ ดูเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ไป กว่าจะขึ้นเตียงนอน กว่าจะหลับก็ตีหนึ่ง บวกกับที่เมานี้หน่อย เลยตื่น 10 โมงเช้า
อากาศดีมาก ครึ้มฟ้า ครึ้มฝน แต่ไม่ตก เลยเย็นสบาย ปรากฎว่า เพื่อน ๆ มาที่บ้านตั้งแต่ 9 โมงเช้ากว่า ๆ แต่เรายังไม่ตื่น เค้าเลยกลับกันหมด แฮ่ ๆ ก้อ โทรไปขอโทษกันเป็นที่เรียบร้อย เป็นที่เข้าใจกันว่า เจ้าของบ้านมันยังไม่ตื่น ไว้โอกาสหน้าค่อยมากินกาแฟกันนะ
คือว่าขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้ เวลา บ่าย 2 ก่า ๆ ก็เกิดหิวขึ้นมา คิดได้ว่า มีน้ำพริกกะปิอยู่ในตุ้เย็น ก็เลยว่าจะหยุดพิมพ์ แค่นี้แล้วไปเก็บชะอมก่อน แล้วหุงข้าว จ๊ะ
ท่วงทำนองของวันนี้ ก็เป็นประมาณ แรพ นั่นแหละ
เจอกันใหม่วันหน้า
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
4 : ) มีเรื่องมาประกาศให้แซ่บ ร้านมิตรไทยย้ายร้านชั่วคราว
ช่วงเดือน เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ร้านมิตรไทยขอย้ายร้านชั่วคราวเพื่อปรับปรุงร้านใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม
เพื่อว่า ป้อ แม่ ปี้น้อง จะได้ไม่ต้องเบียดเสียดกัน หายใจรดต้นคอกัน
เพื่อ สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยที่แท้จริง ในการเลือกดูสินค้า
เพื่อ ไม่ถูกกีดกันทางการรับสื่อ ไม่ถูก ปิด หู ปิด ตา รับสื่อข้างเดียว
ย้ายไปไหน
มิตรไทยไปไหนไม่ไกลหรอกค่ะ
จากร้านเดิม เดินหน้ามาทางสี่แยกไฟแดงน้องเบียร์ แล้วเลี้ยวซ้าย เดินผ่านวัดหลวงก็จะเจอตึกสีขาว ก็จะเจอร้านมิตรไทย ทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่เกิน 300 เมตร น่าจะประมาณ 500 ก้าว เดินกำลังสบาย ๆ หอมปากหอมคอค่ะ
รูปโฉมร้านที่เราจะขออาศัยอยู่ชั่วคราว เป็นที่หลบฝน หลบแดด เก็บของ เก็บเนื้อ เก็บตัว เงียบ ๆ
แวะมาเยี่ยมเราได้ค่ะ ![]()
เมื่อเราปรับปรุงร้านเดิมเสร็จแล้วก็จะย้ายกลับไปที่เดิมค่ะ
ไม่ต้องประท้วงนะคะ เราจะกลับไปที่เดิมแน่ ๆ ภายใน 3 เดือน ไม่ใช่ 9 เดือนนะค้า
3 : ) Old mitthai paper model
ด้วยความซุกซนของนิ้วเฮีย คลิกไปเจอสิ่งที่เป็น อแมซซิ่งร้านมิตรไทย ที่เราไม่คิดว่าอะไรมันจะน่ารักขนาดนี้

- ร้านมิตรไทยชื่อดัง โต๊ะเขียนโปสการ์ดตู้ไปรษณีย์สีแดงและหลักกิโลปาย




- มาดูโปสการ์ดใบจิ๋วชัดๆ และประตูที่ออกมีเทคเจอร์เล็กๆ

- ตู้ไปรษณีย์สีแดง ออกแบบมาแล้วชอบมาก


- ตู้ไปรษณีย์ไม้ตั้งใจทำให้ดูเก่าๆหน่อย

- ป้ายต่างๆ

- ตู้ไปรษณีย์สีแดง โต๊ะ และหลักกิโล ใหญ่กว่าเหรียญ 1 บาท นิดหน่อย


- โมเดลลูกค้า ใส่กล่องพร้อมส่งครับ


- ต้นแบบเล็กน้อยเผื่อใครยังไม่ได้ไปเยือนครับ

วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
2 : ) ไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตฉันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เราสร้างบ้านใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะอยู่ไปแบบค่อย ๆ แต่งไป
ไม่รู้ว่า บ้านอื่นเค้าเป็นกันแบบนี้หรือเปล่าเนอะ
ค่อย ๆ เติม อยู่แบบไม่สมบรูณ์ตลอดเวลา
เลยมีเรื่องให้ทำทุกวัน
เริ่มอยากจะบันทึกอะไรที่มันดูพื้นๆ ไม่ต้องคิดมากดู
ตอนแก่มาอ่านจะได้รู้ว่า ตอน อายุ 40 เราสุขสบายอย่างไร
เรานอนบ้านใหม่ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ไม่มีการดูฤกษ์ ดูยาม
เอาที่เราพร้อม และอยากนอนที่นี่เต็มที่แล้ว นอนแบบไม่มีเตียง นอนบนที่นอน
ก็ถือว่าดีกว่านอนที่บ้านเดิมอยู่แล้ว
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ฉันพูดอยู่บ่อย ๆ ว่า
ไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตฉันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ
ปีแรกที่มาอยู่ปาย เราก็ว่าเราสบายแล้ว
ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้น เราไม่มีที่ ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ เป็นของตัวเอง
ทุกอย่างเช่าของเขา ไม่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ
ในปีนั้น เราเคยคุยกันเองขำ ๆ ว่า เออ เราก็สามารถใช้ชีวิตแบบเช่า ๆ ไม่ต้องเป็นเจ้าของอะไรก็ได้
มันเบาดี ไม่ต้องหาเงินเยอะ กินง่าย ๆ อยู่ง่าย ๆ ก็ได้นี่
ปล. เมื่อคืนนอนเต็มอิ่มมาก มันอร่อย ทำให้ตอนเช้าคึกคัก ทำงานแบบทรงพลัง
อากาศดี ไม่ร้อนมาก เหมือนฝนจะตกแน่ ๆ หลังจากที่ร้อนมาหลายวัน
ปีนี้ รู้สึกร้อนกว่าปีที่แล้ว










